ระเบียบการคณะธรรมยุต

 

ระเบียบคณะธรรมยุต

พุทธศักราช  ๒๕๔๔

*********************************

               อาศัยอำนาจตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕   แก้ไขเพิ่มเติม   โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒)  พ.ศ. ๒๕๓๔   มาตรา ๒๐ ทวิ และกฎมหาเถรสมาคม   ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ.๒๕๔๑)  ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์หมวด ๒ ข้อ ๖ (๕)  และข้อ ๗  และ  โดยมติที่ประชุมกรรมการบริหารคณะธรรมยุตครั้งที่ ๑/๒๕๔๔    จึงบัญญัติระเบียบไว้ดังนี้

          ข้อ ๑        ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบคณะธรรมยุต พ.ศ. ๒๕๔๔”

          ข้อ ๒       ระเบียบนี้ให้บังคับใช้ตั้งแต่วันวิสาขบูชา พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นต้นไป

          ข้อ ๓       บรรดาระเบียบ   คำสั่ง   มติ   ว่าด้วยกรรมการคณะธรรมยุต  หรือ

                       บรรดาระเบียบ   คำสั่ง   มติ   ของคณะธรรมยุต  ที่ขัดหรือแย้งกับ

                       ระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                                                  เถรสมาคมธรรมยุต

          ข้อ ๔        ให้มีเถรสมาคมคณะหนึ่ง เรียกว่า  เถรสมาคมธรรมยุต

          ข้อ ๕        เถรสมาคมธรรมยุต  ประกอบด้วยพระราชาคณะตั้งแต่ชั้นราชขึ้นไป เป็นกรรมการ

                       มีสมเด็จฯ เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตเป็นประธาน

                       สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เป็นรองประธาน

          ข้อ ๖        กรรมการเถรสมาคมธรรมยุตมีหน้าที่ดังนี้

               (๑)     เลือกพระราชาคณะรูปหนึ่งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะธรรมยุต

               (๒)    เสนอการอันเป็นประโยชน์ในการปกครอง การศึกษา  การศึกษาสงเคราะห์  การเผยแผ่

                       การสาธารณูปการ การสาธารณสงเคราะห์  และการศาสนวิเทศ ต่อกรรมการ

          ข้อ ๗       การประชุมกรรมการเถรสมาคมธรรมยุตมีสองอย่าง

               (๑)    การประชุมปกติปีละหนึ่งครั้ง  ภายในยี่สิบวันหลังจากวันวิสาขบูชาของทุกปี

               (๒)    การประชุมพิเศษ การประชุมทั้งสองอย่าง  เลขาธิการคณะธรรมยุต

                       เป็นผู้เรียกประชุมโดยอนุมัติของเจ้าคณะใหญ่

                                               กรรมการคณะธรรมยุต

          ข้อ ๘        ให้มีกรรมการคณะธรรมยุตคณะหนึ่ง  ประกอบด้วยประธานหนึ่งรูป

                       รองประธานสองรูป  เลขาธิการหนึ่งรูป  และกรรมการอีก รวมแล้ว

                       ไม่เกินยี่สิบเอ็ดรูป

                                      สมเด็จพระราชาคณะ  รองสมเด็จพระราชคณะ  เป็นกรรมการ

                            โดยตำแหน่ง

                                      กรรมการโดยการเลือก ให้กรรมการโดยตำแหน่งและเลขาธิการ

                            เลือกจากพระราชาคณะราชขึ้นไป

                                      เลขาธิการนำรายชื่อกรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการโดยการ

                            เลือกเสนอเจ้าคณะใหญ่แต่งตั้ง

                                      กรรมการโดยการเลือก ดำรงตำแหน่งวาระละสามปี  และอาจ

                            ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งอีกได้

                                      เลขาธิการดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่เกินสองวาระ

                                      เพื่อประโยชน์ในการบริหารงาน  ให้มีผู้ช่วยเลขาธิการสี่รูป

 

                                                   ------------------

สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้มีบัญชาเมื่อวันที่ ๑ กรกฏาคม ๒๕๕๙  ให้เพิ่มเติมความในข้อ ๘ วรรคสอง ว่า “เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตแต่งตั้งสมเด็จพระราชาคณะและรองสมเด็จพระราชาคณะที่มีพรรษายุกาลมาก หรือ ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้  และหรือที่เห็นสมควร ให้เป็นประธานที่ปรึกษาและกรรมการที่ปรึกษาคณะธรรมยุต”

          ข้อ ๙        กรรมการคณะธรรมยุตมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

               (๑)    สนองงานเจ้าคณะใหญ่ในการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์

                       การเผยแผ่  การสาธารณูปการ  การสาธารณสงเคราะห์

                       และการศาสนวิเทศ  ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม

                (๒)   สนองงานเจ้าคณะใหญ่ในการออกระเบียบและกำหนดนโยบาย

                       แผนงานตามความใน (๑)

                 (๓)  แนะนำส่งเสริมการปฏิบัติตามจารีตประเพณีของคณะ

                 (๔)  ปฏิบัติหน้าที่อื่นใด ตามที่บัญญัติไว้ในระเบียบนี้หรือตามที่เจ้าคณะใหญ่มอบหมาย

                 (๕)  เพื่อประโยชน์ในการบริหารงาน  กรรมการคณะธรรมยุต

                       อาจเสนอเจ้าคณะใหญ่แต่งตั้งอนุกรรมการเพื่อการนั้น ๆ ได้

          ข้อ ๑๐      ให้มีสำนักงานคณะธรรมยุตตั้งอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร  กรุงเทพมหานคร

          ข้อ ๑๑      พระราชาคณะผู้จะดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะธรรมยุต  ต้องมี

                            คุณสมบัติโดยเฉพาะอีกส่วนหนึ่ง  ดังนี้

                 (๑)   เคยดำรงตำแหน่งกรรมการคณะธรรมยุต  หรือ

                 (๒)  ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานคณะธรรมยุตมาแล้ว

                       ไม่น้อยกว่าสามปี  หรือ

                 (๓) มีสมณศักดิ์ไม่ต่ำกว่าพระราชาคณะชั้นเทพ

          ข้อ ๑๒     เลขาธิการคณะธรรมยุตมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

                 (๑)   เรียกประชุมกรรมการคณะธรรมยุตปกติหรือพิเศษโดยอนุมัติ

                       ของประธานกรรมการ

                 (๒)  จัดทำและเก็บรวบรวมเอกสารที่เป็นกิจการของคณะ

                 (๓)  จัดทำแผนพัฒนางาน  การปกครอง  การศึกษา

                       การศึกษาสงเคราะห์  การเผยแผ่  การสาธารณูปการ

                       การสาธารณสงเคราะห์  และการศาสนวิเทศ

                 (๔)  ดำเนินการตามมติกรรมการคณะธรรมยุตหรือคำสั่งเจ้าคณะใหญ่

                      อันชอบด้วยพระธรรมวินัย  กฎหมาย  กฎมหาเถรสมาคม  คำสั่ง

                      มติ ระเบียบ ประกาศ  และพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช

                      ลงนามรับสนองงานตามมติกรรมการคณะธรรมยุต

          ข้อ ๑๓     กรรมการคณะธรรมยุตตามความในข้อ ๘ ให้มีการประชุมปกติ

                      เดือนละ  ๑  ครั้ง  และอาจประชุมพิเศษได้อีก  ตามที่เลขาธิการ

                      จะเรียกประชุม  การกำหนดวันและเวลาของการประชุม ให้เป็นมติ

                      ของกรรมการ

          ข้อ ๑๔     การประชุมกรรมการ  ต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่ง

                      ถ้าประธานกรรมการมิได้เข้าประชุม  ให้รองประธาน  เป็นประธาน

                      ถ้ารองประธานมิได้เข้าประชุม ให้เลือกกรรมการรูปหนึ่ง เป็นประธาน

                      ในที่ประชุม

         ข้อ ๑๕     เมื่อประธานกรรมการคณะธรรมยุตว่างลง  หรือเมื่อเลขาธิการ

                     คณะธรรมยุตว่างลง ก่อนครบวาระ

                 (๑)   ให้รองประธานกรรมการรูปหนึ่ง  เป็นผู้รักษาการแทนประธาน

                       กรรรมการ

                 (๒)   ให้ผู้ช่วยเลขาธิการรูปที่ หนึ่ง-สอง-สาม หรือ สี่ ตามลำดับ

                        เป็นผู้รักษาการแทนเลขาธิการ

                 (๓)   เมื่อได้ปฏิบัติตามความใน (๑) หรือ (๒) แล้ว ให้นำเสนอ

                        เจ้าคณะใหญ่เพื่อทราบ

                 (๔)    ให้เลขาธิการเสนอเจ้าคณะใหญ่แต่งตั้งประธานกรรมการ

                         ภายในสามสิบวัน

                 (๕)     ให้มีเลขาธิการภายในสามสิบวัน

          ข้อ ๑๖      ผู้รักษาการแทนประธานกรรมการและผู้รักษาการแทนเลขาธิการ

                       มีหน้าที่เช่นกับประธานกรรมการและเลขาธิการ

          ข้อ ๑๗     กรรมการคณะธรรมยุตดำรงตำแหน่งครบวาระแล้ว ให้ปฏิบัติหน้าที่

                       ต่อไป  จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่

อนุกรรมการคณะธรรมยุต

          ข้อ ๑๘      ให้มีอนุกรรมการห้าคณะเรียกว่า  อนุกรรมการคณะธรรมยุต

          ข้อ ๑๙     อนุกรรมการตามความในข้อ ๑๘ ประกอบด้วย

               (๑)     อนุกรรมการ      การปกครอง

               (๒)    อนุกรรมการ      การศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์

               (๓)    อนุกรรมการ     การเผยแผ่

               (๔)    อนุกรรมการ     การสาธารณูปการและการสาธารณสงเคราะห์

               (๕)    อนุกรรมการ     การศาสนวิเทศ

          ข้อ ๒๐     อนุกรรมการทั้งห้าคณะ ตามความในข้อ  ๑๙  ประกอบด้วย

               (๑)    เลขาธิการ  และผู้ช่วยเลขาธิการ เป็นประธานอนุกรรมการ แต่ละคณะ

               (๒)   อนุกรรมการที่เลขาธิการเลือกอีกคณะละสี่รูป

          ข้อ ๒๑    การแต่งตั้งอนุกรรมการ  ให้เลขาธิการ ขอความเห็นชอบจากกรรมการคณะธรรมยุต  

                      แล้วเสนอเจ้าคณะใหญ่แต่งตั้ง

          ข้อ ๒๒    อนุกรรมการดำรงตำแหน่งวาระละสามปี  และอาจได้รับเลือกอีก

          ข้อ ๒๓    อนุกรรมการ  การปกครองมีหน้าที่ดังนี้

               (๑)    สนองงานการปกครอง

               (๒)   สนองงานการพิจารณาเสนอข้อรับพระราชทานตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์

               (๓)    สนองงานการตรวจวัดร้างกรณียยกขึ้นเป็นวัดมีพระสงฆ์

               (๔)    พิจารณากรณีมีการร้องเรียนกล่าวโทษ

               (๕)    เตรียมงานเพื่อการฝึกอบรมพระอุปัชฌายะ

               (๖)    เตรียมงานการจัดประชุมส่วนกลางทุกระดับ  ตามมติ

               (๗)    จัดทำโครงการตรวจการณ์คณะสงฆ์

               (๘)    จัดทำสถิติข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนพระภิกษุสามเณรและวัด

               (๙)    จัดทำใบตราตั้งพระสังฆาธิการ  พระเลขานุการ และพระอุปัชฌายะ

                       หรือใบตราตั้งอื่น  เสนอเจ้าคณะใหญ่ลงนาม

          ข้อ  ๒๔    อนุกรรมการ  การศึกษา  และการศึกษาสงเคราะห์มีหน้าที่ดังนี้

               (๑)     จัดทำนโยบายและแผนงานการศึกษาทุกแผนก  และการศึกษาสงเคราะห์

               (๒)     รวบรวมข้อมูลการศึกษา  และการให้การศึกษาสงเคราะห์

               (๓)     ติดตามและประเมินผลของการจัดการศึกษา  และการศึกษาสงเคราะห์

               (๔)     ประสานงานกับมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย  และมูลดนิธิมหามกุฏราช- 

                        วิทยาลัย  ในพระบรมราชูปถัมภ์  เพื่อพัฒนาการศึกษาของคณะธรรมยุต

          ข้อ  ๒๕     อนุกรรมการ  การเผยแผ่มีหน้าที่ดังนี้

               (๑)      จัดทำนโยบายและแผนงานการเผยแผ่หลักธรรมในพระพุทธศาสนา

               (๒)     จัดทำประวัติและผลงานด้านการเผยแผ่ของคณะธรรมยุต

               (๓)      พิจารณาตรวจและแก้ไขการเผยแพร่ทางสื่อ  ที่ขัดต่อหลักธรรมวินัยและจารีต

                         ประเพณีของคณะ

               (๔)      ปฏิบัติหน้าที่ประชาสัมพันธ์

          ข้อ  ๒๖      อนุกรรมการ  การสาธารณูปการและการสาธารณสงเคราะห์  มีหน้าที่ดังนี้

               (๑)      จัดทำนโยบายและแผนงานการสาธารณูปการ  และการสาธารณสงเคราะห์

               (๒)     ติดตามและประเมินผลการจัดการ  การสาธารณูปการ  และการสาธารณ

                        สงเคราะห์

               (๓)     ประสานงานการบูรณปฏิสังขรณ์อาราม  และปูชนียสถาน

               (๔)     ประสานงานให้การสงเคราะห์  กรณีที่มีอุบัติภัยเกิดขึ้น

               (๕)     รวบรวมข้อมูลการสาธารณูปการ  และการสาธารณสงเคราะห์

          ข้อ  ๒๗    อนุกรรมการ  การศาสนวิเทศมีหน้าที่ดังนี้

               (๑)     จัดทำนโยบายและแผนงานการเผยแผ่  และศาสนิกสัมพันธ์

               (๒)    ประสานงานกับสำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

               (๓)    ติดตามและประเมินผลของการแผยแผ่ในต่างประเทศ

               (๔)    พิจารณาการร้องเรียนกล่าวโทษ  ในต่างประเทศ

               (๕)    รวบรวมสถิติ  และข้อมูลงานเผยแผ่ในต่างประเทศ

          ข้อ  ๒๘    การประชุมอนุกรรมการ  ในอนุโลมตามความในข้อ ๑๓  และ  ๑๔

เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะธรรมยุต

          ข้อ  ๒๙    ผู้บริหารสำนักงานประกอบด้วย

               (๑)     เลขาธิการเป็นหัวหน้าสำนักงาน

               (๒)    ผู้ช่วยเลขาธิการ  และเลขานุการเจ้าคณะใหญ่  เป็นผู้ช่วย

               (๓)    เจ้าหน้าที่ประจำคณะอนุกรรมการทุกคณะ

          ข้อ  ๓๐    การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะธรรมยุต  ให้อนุโลมตามความในข้อ ๒๑

          ข้อ  ๓๑    งานที่มิได้บัญญัติไว้ว่าเป็นหน้าที่ของอนุกรรมการให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการ

          ข้อ  ๓๒   ข้อที่กรรมการคณะธรรมยุตมีมติเห็นชอบแล้ว  ให้นำเสนอเจ้าคณะใหญ่เพื่อมีบัญชา

          ข้อ  ๓๓   ให้เลขาธิการคณะธรรมยุตรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

                                     --------------------------------

สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้มีปัญชาเมื่อวันที่ ๑ กรกฏาคม ๒๕๕๙ ให้แก้ไขเพิ่มเติมความในข้อ ๒๐ (๒) ว่า “อนุกรรมการที่เลขาธิการเลือกอีกคณะละไม่เกินสิบเอ็ดรูป”

                             บัญญัติไว้  ณ  วันที่  ๒  เดือน  สิงหาคม  พุทธศักราช  ๒๕๔๔

 

(สมเด็จพระญาณสังวร)
สมเด็จพระสังฆราช  สกลมหาสังฆปริณายก
เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต 

 --------------------------

 

 

 

คำสั่งเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต

ที่  ๙/๒๕๕๙

เรื่อง  แต่งตั้งคณะอนุกรรมการคณะธรรมยุต  ฝ่ายเผยแผ่

**********************

                        อาศัยอำนาจตามความในข้อ  ๒๑  แห่งระเบียบคณะธรรมยุต  พุทธศักราช  ๒๕๔๔  และโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการคณะธรรมยุต ครั้งที่ ๑/๒๕๕๙ เมื่อวันที่  ๙  กันยายน  ๒๕๕๙  ณ  สำนักงานคณะธรรมยุต วัดบวรนิเวศวิหาร  กรุงเทพมหานคร  จึงแต่งตั้งให้ผู้มีรายนามท้ายคำสั่งนี้เป็นคณะอนุกรรมการคณะธรรมยุต ฝ่ายเผยแผ่ ดังนี้

            ๑.พระเทพสังวรญาณ             วัดบวรนิเวศวิหาร                       เป็นประธานอนุกรรมการ

            ๒.พระเทพวิสุทธิกวี               วัดราชาธิวาสวิหาร                     เป็นอนุกรรมการ

            ๓.พระเทพพุทธิมุนี                วัดศรีจันทร์ จ.ขอนแก่น                 เป็นอนุกรรมการ

            ๔.พระราชธรรมสุธี               วัดเกตการาม จ.สมุทรสงคราม          เป็นอนุกรรมการ

            ๕.พระราชวิสุทธิมุนี              วัดเขาศาลาอตุลฐานะจาโร จ.สุรินทร์    เป็นอนุกรรมการ

            ๖.พระราชวินยาภรณ์              วัดบุรณศิริมาตยาราม                   เป็นอนุกรรมการ

            ๗.พระราชวิสุทธิญาณ            วัดป่าดาราภิรมย์ จ.เชียงใหม่            เป็นอนุกรรมการ

            ๘.พระภัทรธรรมสุธี               วัดศรีสุทธาวาส จ.เลย                  เป็นอนุกรรมการ

            ๙.พระปฐมคณาจารย์            วัดชุมนุมศรัทธา จ.นครปฐม             เป็นอนุกรรมการ

            ๑๐.พระวิบูลธรรมภาณ            วัดสัมมาชัญญาวาส                     เป็นอนุกรรมการ

            ๑๑.พระสุทธิสารเมธี              วัดบวรนิเวศวิหาร                       เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ

                  มีหน้าที่ตามความในข้อ  ๒๕  แห่งระเบียบคณะธรรมยุต  พุทธศักราช  ๒๕๔๔

                  ขอให้คณะอนุกรรมการคณะธรรมยุต  ฝ่ายการเผยแผ่  ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยดีงามทุกประการ

                  ทั้งนี้  ตั้งแต่วันที่  ๙  เดือน  กันยายน  พุทธศักราช  ๒๕๕๙  เป็นต้นไป

                                สั่ง  ณ  วันที่  ๒๒  กันยายน  พุทธศักราช  ๒๕๕๙

 

                                                        (สมเด็จพระวันรัต)

                                                     เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต


---------------------------

 

คำสั่งเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต

ที่  ๑๔/๒๕๕๙

เรื่อง  แต่งตั้งคณะอนุกรรมการคณะธรรมยุต  รับผิดชอบงานฝ่ายการเผยแผ่

**********************

            อาศัยอำนาจตามความในข้อ  ๒๑  และข้อ  ๓๐  แห่งระเบียบคณะธรรมยุต  พุทธศักราช  ๒๕๔๔  และโดยมติที่ประชุมคณะกรรมการคณะธรรมยุต  ครั้งที่ ๑/๒๕๕๙  เมื่อวันที่  ๙  กันยายน  ๒๕๕๙  ณ  สำนักงานคณะธรรมยุต  วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร  จึงแต่งตั้งให้ผู้มีรายนามท้ายคำสั่งนี้เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะธรรมยุต  รับผิดชอบงานฝ่ายการเผยแผ่ ดังนี้

            ๑.พระศรีวิสทุธิญาณ                       วัดราชาธิวาสวิหาร           เป็นหัวหน้า

            ๒.พระครูปลัดสัมพิพัฒนสุตาจารย์         วัดบวรนิเวศวิหาร             เป็นเจ้าหน้าที่

            ๓.พระครูวิสุทธิกวีวัฒน์                    วัดบุปผาราม                 เป็นเจ้าหน้าที่

            ๔.พระครูพุทธิธรรมานุศาสน์               วัดเครือวัลย์                 เป็นเจ้าหน้าที่

            ๕.พระครูปริตรโกศล                      วัดบวรนิเวศวิหาร             เป็นเจ้าหน้าที่

            ๖.พระครูปลัดกวีวัฒน์                     วัดราชาธิวาสวิหาร           เป็นเจ้าหน้าที่

            ๗.พระมหาทรงวุฒิ ฐิตวุฑฺฒิโก            วัดบวรนิเวศวิหาร             เป็นเจ้าหน้าที่

            ๘.พระมหาจรัญ  สุจารโณ                วัดบวรนิเวศวิหาร             เป็นเจ้าหน้าที่

            ๙.พระมหาชัยรัตน์  วรสุโข               วัดบวรนิเวศวิหาร             เป็นเจ้าหน้าที่

            ๑๐.พระวรชัย  ทมวโร                    วัดบวรนิเวศวิหาร             เป็นเจ้าหน้าที่

                  ทั้งนี้  ตั้งแต่วันที่  ๙  เดือน  กันยายน  พุทธศักราช  ๒๕๕๙  เป็นต้นไป

                              สั่ง  ณ  วันที่  ๒๒  กันยายน  พุทธศักราช  ๒๕๕๙


                                                      (สมเด็จพระวันรัต)

                                                   เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต       

 

Visitors: 4,517